การรักษาด้วยเทคโนโลยีในอนาคต

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาไปไกลมาก เต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้น มีนวัตกรรมใหม่ๆที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ชีวิตประจำวัน ที่อยู่อาศัย การเงินการลงทุน และที่สำคัญเลยคือด้านการแพทย์ ที่ในอนาคตจะมีการรักษาด้วยเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมากมาย มนุษย์จะมีทางเลือกมากขึ้นด้านสุขภาพ โรงพยาบาลทั้งหมดจะมีการปรับเปลี่ยนและนำมาเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรักษาและคนส่วนใหญ่จะหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น  ในอนาคตจะมีการรักษาด้วยเทคโนโลยีแบบไหนที่น่าสนใจและจะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในวงการแพทย์บ้าง เราไปศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นกัน

 

การรักษาด้วยเทคโนโลยีในอนาคต

Artificial intelligence

ในอนาคตจะมีการพัฒนา AI (Artificial intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ ให้มีบทบาทสำคัญสำหรับการรักษามากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการดูแลผู้ป่วย ความสามารถในการช่วยเหลือแพทย์เวชปฏิบัติในการให้ความรู้ความเข้าใจด้านการแพทย์ สามารถที่จะวิเคราะห์และจดจำรายละเอียดต่างๆและบันทึกข้อมูลเพื่อที่จะนำเสนอการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับมนุษย์

 

มีการคาดการณ์ว่าในปี 2020 ตลาดของ AI จะเข้ามาเป็นที่ยอมรับของวงการแพทย์อย่างแพร่หลาย จึงได้มีการพัฒนาระบบการเข้าถึง การแพทย์ให้กับ AI อย่างต่อเนื่อง ในอนาคตเมื่อคุณเข้ารักษาที่โรงพยาบาล คลินิกต่างไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลและเอกชน คุณจะได้รับการรักษา การบริการจาก AI อย่างแน่นอน

 

นอกจากนี้ AI ยังสามารถที่จะแนะแนวทางออกในการแก้ปัญหาให้กับผู้ป่วยโดยตรงแบบอัตโนมัติอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมผู้ป่วยว่าได้ปฏิบัติตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดหรือไม่ด้วยระบบจดจำใบหน้าและตรวจจับการเคลื่อนไหว  เป็นการเริ่มต้นของนวัตกรรมใหม่ในวงการแพทย์ที่จะกลายเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับรักษา นั่นก็คือ DOT หรือ การบำบัดด้วยการสังเกตการณ์โดยตรง นอกจากนี้ปัจจุบันบริษัทต่างๆยังได้มีการผลิตและสร้างนวัตกรรมการรักษาด้วยระบบต่างๆออกมาต่อเนื่องเรียกได้ว่าในอนาคตเราจะต้องได้เห็นการรักษาที่แปลกใหม่และมีประสิทธิภาพสูงสุดแน่นอน

 

การตรวจพิสูจน์ของเหลว

Liquid Biopsy หรือ การตรวจพิสูจน์ของเหลว ความสามารถในการสกัดเซลล์มะเร็งออกจากตัวอย่างเลือดปกติได้ มีศักยภาพในการติดตามดูเซลล์มะเร็งแบบที่ไม่ต้องรุกรานร่างกาย ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าการติดตามเซลล์มะเร็งนั้นจะต้องมีการตรวจชิ้นเนื้อหลายรอบๆ  การตรวจพิสูจน์ของเหลวนี่เองที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นความท้าทายของร่างกายผู้ป่วย และเป็นความแปลกใหม่ในวงการแพทย์ เป็นการวินิจฉัยโรคที่จะมุ่งเน้นไปยังตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็น เซลล์มะเร็งหรือดีเอ็นเอ  เรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกใหม่ของการรักษาที่จะทำให้การติดตามดูเซลล์มะเร็งเป็นสิ่งที่ไม่รุนแรงต่อร่างกายและสภาวะจิตใจของผู้ป่วยด้วย

 

 

 

ภูมิคุ้มกันบำบัด

ภูมิคุ้มกันบำบัด จะเน้นถึงด้านความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อที่จะรับมือกับโรคมะเร็งได้ดีมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าในอนาคตจะเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะพลิกโฉมกระบวนการรักษาโรคมะเร็งเลยทีเดียว ภูมิคุ้มกันบำบัดจะช่วยสร้างมิติใหม่ ทั้งในแง่ของความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วยได้จำนวนมากหรือการยืดอายุผู้ป่วยให้มีอายุที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น สำหรับความคาดหวังของการรักษาด้วยระบบภูมิคุ้มกันบำบัดนั้นจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของมันเป็นหลักในการนำไปใช้กับผู้ป่วยวงกว้าง เพื่อที่จะทำให้อัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพด้านมะเร็งวิทยาโดยเฉพาะได้ถูกพัฒนาและเพิ่มขึ้นมากที่สุด เราจะสามารถเห็นการรักษาอื่นๆด้วยระบบนี้มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกสร้างแบบใหมระดับโมเลกุล เช่น การผสมผสานวิทยาการรักษาด้วยยาเก่าและยาใหม่ ,การปรับเกณฑ์การใช้ยาและวัคซีน,การดัดแปลงโมเลกุลรักสัญญาณให้เป็นแบบลูกผสม เป็นต้น

 

 

โฮโลแกรมเพื่อการศึกษากายวิภาค

ในปัจจุบันนี้ ทางไมโครซอฟต์กำลังดำเนินและพัฒนาเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยี HoloLens หรือ แว่นตาพร้อมหูฟังในรูปแบบ Headset ที่จะสามารถแสดงผลของภาพโฮโลแกรม หรือภาพเสมือนจริง จากการที่ผู้สวมใส่มองเห็นวัตดุในโลกดิจิทัลให้ออกมาสู่โลกภายนอก สามารถที่จะจับต้องและควบคุมได้ด้วยมือเปล่า และเทคโนโลยีนี้เองจะเข้ามามีบทบาทสำคัญทางการแพทย์ เพื่อที่จะให้แพทย์สามารถเข้าใจระบบและส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการศึกษากายวิภาคนั่นเอง

 

มีดผ่าตัดอัจฉริยะ

มีดผ่าตัดอัจฉริยะ ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวช่วยในแพทย์สำหรับการผ่าตัดโรคมะเร็ง  เนื่องจากปัญหาของการผ่าตัดเนื้อร้ายส่วนใหญ่แพทย์จะไม่สามารถทราบถึงขอบเขตของเนื้อร้ายว่าไปสิ้นสุดที่ตรงไหนได้อย่างชัดเจนนักและการตัดชิ้นเนื้อที่ไม่สามารถทราบถึงขอบเขตได้นั้นก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บตัว แต่ถ้าหากตัดน้อยจนเกินไปก็สามารถที่พัฒนาและกลับมาเป็นโรคมะเร็งได้อีก โดยมีดผ่าตัดอัจฉริยะนี้จะสามารถบอกได้ทันที่ถึงพื้นที่ของเซลล์มะเร็งและพื้นที่ที่เป็นปกติ

การรักษาด้วยเทคโนโลยีในอนาคต 2

เรียกได้ว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการรักษาและวงการแพทย์ นอกจากที่เราจะได้เห็นถึงความแปลกใหม่และความทันสมัยในการรักษาแล้ว สิ่งหนึ่งที่สามารถเห็นได้ชัดเลยคือการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคร้ายแรงที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้คนจะมีอายุที่ยืนนานขึ้น การผ่าตัดจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นรวมไปถึงในด้านการของการวินิจฉัย การตรวจต่างๆที่จะเต็มไปด้วยความสะดวกและความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยมากที่สุด