ประเทศไทยศูนย์การแพทย์อาเซียน

ปัจจุบันนี้ประชาคมอาเซียนเข้ามามีบทบาทประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่อาเซียนให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือเรื่องการการแพทย์และความร่วมมือด้านสาธารณสุข ที่จะครอบคลุมในด้านต่างๆ ทั้ง 10 ด้านคือโรคติดต่อ ความปลอดภัยด้านอาหาร ความร่วมมือด้านเทคนิคเกี่ยวกับยาการเตรียมพร้อมและรับมือกับโรคระบาด การควบคุมยาสูบ เอดส์ สุขภาพจิต สุขภาพแม่และเด็ก โรคไม่ติดต่อ และการแพทย์ดั้งเดิม ที่เรียกได้ว่าประเทศไทยมีส่วนรวมและบทบาทสำคัญในด้านต่างๆเหล่านี้เป็นอย่างมาก เป็นเสมือนศูนย์การแพทย์ของอาเซียนที่เต็มไปด้วยความมีประสิทธิภาพและเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ประเทศไทยศูนย์การแพทย์อาเซียน

 

จากการรายงานในปี พ.ศ. 2555 Thailand Reports Big Surge in Med Tourism ของ Maria Lenhart ได้มีคาดการณ์ทางด้านการแพทย์ว่าจะมีชาวต่างประเทศและในประชาคมอาเซียนเข้ามาทำการรักษาด้านการแพทย์ของประเทศไทยถึง 2.53 ล้าน สูงขึ้นอย่างมากถ้าเทียบกับปี พ.ศ 2550 ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 1.37 ล้านคน และในปี 2560 ที่ผ่านมาก็ยังมีอัตราผู้เข้ารักษามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นเป็นการรักษาด้าน Orthopedic, Heart Surgery, Cosmetic Surgery และ Dental ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชาวอาเซียน และมีชาวต่างชาติทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น เป็นต้น

 

ได้มีการวิเคราะห์ว่าสิง่ที่ทำให้ด้านการแพทย์ของประเทศไทยน่าสนใจและมีคนเข้ามารักษาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นเพราะมีราคาที่ถูก สามารถเข้าถึงได้ และมีความหลากหลาย สามารถที่จะทำให้ได้หลายอย่าง ทั้งเรื่องของโรคต่างๆรวมไปถึงการผ่าตัดศัลยกรรมแปลงเพศ การทำศัลยกรรมทั่วไป เป็นต้น อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีต่างๆที่ถูกพัฒนาและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้หลายคนต้องการที่จะเดินทางมารักษายังประเทศไทยนั่นเอง

 

การจัดอันดับโรงพยาบาลในระดับโลก

จากการสำรวจตามมูลค่าราคาตลาด จากโรงพยาบาลทั่วโลก ได้พบว่าในปีพ.ศ 2555 ประเทศไทยถูกจักให้เป็นอันดับ 3 ของโลกในด้านโรงพยาบาลและการรักษาในกลุ่มของโรงพยาลบาล BGH คือ โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลพญาไทและโรงพยาบาลกรุงเทพที่มีจะมูลค่าและการหมุนเวียนอยู่ที่ 5,635 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่สนใจและได้ชื่อว่าเป็นศูนย์การแพทย์ของอาเซียนที่นอกจากจะได้รับความสนใจจากคนในสมาคมอาเซียนแล้วยังมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพื่อทำการรักษาหรือท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นจำนวนมาก และนี่ก็จะส่งผลกระทบไปถึงการพัฒนาด้านการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจของอาเซียนด้วย

 

ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของอาเซียน

ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของอาเซียนนนั้น ประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์จะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ทั้งนี้ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซียและฟิลิฟปินส์ก็กำลังพยายามที่จะผลักดันตนเองให้มีศักยภาพเทียบเท่าเท่าเช่น นอกจากนี้ยังมีประเทศบรูไนที่จะมีราคาในการทางการแพท์ที่ใกล้เคียงกับประเทศสิงคโปร์แต่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษามากนัก

ประเทศไทยศูนย์การแพทย์อาเซียน 2

และเมื่อวิเคราะห์ถึงประเทศไทยก็จะเห็นได้ชัดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาภายอาเซียน 100 ล้าน ก็จะมีกว่า 40 ล้านคนที่เข้ามาทำการรักษาในประเทศไทย และได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะมีชาวเอเชียนจำนวนกว่า 20 ล้านคนที่จะเข้ามารักษาและท่องเที่ยวในเชิงสุขภาพมากยิ่งขึ้น ยิ่งเป็นการตอบสนองภาพลักษณ์ของความเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์อาเซียนของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

 

โดยในปัจจุบันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการมุ่งเน้นในนโยบายที่ดี สำหรับการสร้างและพัฒนาโรงพยาบาลตามเขตชายแดนประเทศเพื่อนบ้านของเมืองไทย เพื่อที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังเป็นการลดจำนวนการเข้ามาของผู้ป่วยที่ไม่กำลังซึ้อ เป็นการให้ความสำคัญที่เทียบเท่า นอกจากนี้ปัจจุบันได้มีการเปิดกว้างถึงเรื่องวิชาชีพของแพทย์พยาบาลจากประเทศเพื่อนบ้าน ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ และ สปป.ลาวมากขึ้น ถึงแม้จะยังไม่เป็นที่ยอมรับมากสักเท่าไหร่ แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ได้มีการสอบผ่านวิชาชีพทางการแพทย์มาได้ เพราะฉะนั้นนอกจากประเทศไทยจึงเป็นการรวมบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี่ก็ได้มีตรวจสอบให้มีมาตรฐานและคุณภาพมากที่สุด

 

การเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ (Medical Hub) ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  เป็นนโยบายที่จะให้ประเทศไทยที่มีความเป็นเลิศทางบริการด้านสุขภาพ ผลิตภัณฑ์และการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยได้มีการสร้างความก้าวหน้า สนับสนุนจากองค์กรทุกภาคส่วน เพื่อที่จะสามารถให้บริการด้านสุขภาพกับคนไทยและชาวอาเซียนได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด มีการสนับสนุนเอกชนเกี่ยวกับศูนย์พักฟื้นผู้ป่วยที่มีมาตรฐาน รวมไปถึงการรักษาที่มีราคาถูกหรือทางเลือกมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ประเทศไทยยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องประกันสังคมของแรงงานต่างชลาติ มีนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ เช่น ประกันภัยการเดินทาง,การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต้น  นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาทางการแพทย์ของภูมิภาคอาเวียน และมีการมอบทุนนักเรียนแพทย์ให้กับประเทศเพื่อนบ้านได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาในประเทศไทย และพัฒนาให้เป็นบุคลากรที่ดีมีคุณภาพทางการแพทย์ เพื่อที่จะช่วยทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์การแพทย์ของอาเซียนอย่างแท้จริง

 

เรียกได้ว่าในทุกภาคส่วนทางด้านการแพทย์ของประเทศไทยได้มีการตื่นตัว พัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านการรักษาในแขนงต่างๆอยู่เสมอ เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นการเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ของอาเซียนที่แท้จริง มีคุณภาพและได้มาตรฐานมากที่สุด